บทกวีและบทประพันธ์

การประชาสัมพันธ์ด้วยบทกวีและบทประพันธ์

สิ่งที่น่าสนใจอีกประการหนึ่งเกี่ยวกับบทบาทและอิทธิพลของการประชาสัมพันธ์ยุคโบราณก็คือ ในสมัยกรีกโบราณนั้น บรรดาพวกกวีหรือนักประพันธ์ร้อยกรองโคลงฉันท์กาพย์กลอนต่างๆ เป็นผู้นำเอาเทคนิคและวิธีการประชาสัมพันธ์ไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมาก จนมีผู้กล่าวว่ากวีเหล่านี้เป็นนักประชาสัมพันธ์ในสมัยนั้นด้วย ที่กล่าวเช่นนี้ก็เพราะว่ากวีเหล่านี้ใช้บทกวียิพนธ์หรือร้อยกรองต่างๆ เป็นเครื่องมือในการสร้างประชามติ โดยการประพันธ์เป็นบทร้อยกรองหรือบทกวีนิพนธ์หรือมหากาพย์ที่มีความไพเราะเพราะพริ้ง มีจังหวะจะโคนที่เร้าใจชวนให้จดจำได้ง่ายแล้วใช้ขับร้องให้แพร่หลายต่อๆไปในหมู่ประชาชน กวีที่มีชื่อในยุคนั้นมีมากมายหลายคน ยกตัวอย่างเช่น Simonides และ Pindar เป็นต้น

กรุงโรม

การใช้กวีนิพนธ์และร้อยกรองเป็นเครื่องมือในการประชาสัมพันธ์และสร้างประชามติเช่นว่านี้ใช้กันเป็นที่แพร่หลายมากในยุคนั้น จนถึงขนาด Plato นักปราชญ์คนสำคัญในยุคนั้นและนักปราชญ์คนสำคัญของโลกได้เขียนหนังสือขึ้นมาเล่มหนึ่ง ชื่อว่า Replublic โดยเขียนขึ้นเพื่อสนับสนุนในการที่รัฐสั่งห้ามการแต่งกวีนิพนธ์และร้อยกรองทั้งหมด ยกเว้นแต่กวีนิพนธ์ร้อยกรองหรือโคลงฉันท์กาพย์กลอนที่แต่งขึ้นเพื่อสนับสนุนรัฐบาลเท่านั้น

โรมเองก็ได้รับอิทธิพลจากกรีกและนำเอาเทคนิคและวิธีการประชาสัมพันธ์โดยการใช้บทกวีนิพนธ์และร้อยกรองของกรีกไปใช้ในการสร้างประชามติมาใช้ คำประพันธ์และกวีนิพนธ์ร้อยกรองต่างๆ ถูกนำมาใช้ให้เป็นประโยชน์ในการประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างประชามติ โดยมีวัตถุประสงค์ให้ประชาชนในเมืองหลวงอพยพถ่ายเทไปอยู่ในชนบทบ้าง จึงการแต่งกาพย์โคลงกลอนยกย่องสรรเสริญถึงสภาพภูมิประเทศในชนบทที่เป็นทุ่งนาเขียวขจีตามธรรมชาติที่มีอากาศที่ยรสุทธิ์กว่า มีแหล่งน้ำที่สะอาด รวมทั้งสภาพบรรยากาศที่มีลักษณะใกล้ชิดธรรมชาติมากกว่า ส่วนสาเหตุที่ต้องมีการแต่งกวีนิพนธ์หรือโคลงกลอนบรรยายถึงสภาพธรรมชาติในชนบทเช่นนี้ ก็เพราะว่าในสมัยนั้นโรมมีประชาชนอยู่กันอย่างหนาแน่น ชาวชนบทก็พากันอพยพเข้ามาอยู่อย่างแออัดยัดเยียดมาก ทำให้อาหารมีไม่พอเลี้ยงชาวเมืองและเกิดการขาดแคลนอาหารขึ้น รัฐบาลจึงได้วางแผนเพื่อแก้ไขปัญหานี้ โดยการมอบหมายให้บรรดากวีแต่งโคลงกลอนประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนอพยพออกไปจากกรุงโรมบ้าง และให้ไปตั้งหลักแหล่งอยู่ใหม่ตามชนบทนอกเมือง เป็นการช่วยบรรเทาแบ่งเบาความหนาแน่นแออัดในเมืองอีกทั้งยังได้ผลทางด้านการจูงใจให้มีผู้ไปทำมาหากินด้วยการทำไร่ทำนาหรือประกอบอาชีพเหษตรกรรมในชนบท เพื่อนำเอาผลผลิตมาเลี้ยงประชากรในกรุงโรง นับว่าเป็นความชาญฉลาดอย่างยอดเยี่ยมของรัฐบาลในยุคนั้น เพราะการกระทำดังกล่าวจะได้ประโยชน์พร้อมกันทีเดียวถึง 3 ประการด้วยกันคือ

  1. ระบายประชาชนทีแออดัดยัดเยียดกันอยุ่ในกรุงโรมให้ถ่ายเทออกไปอยุ่ในชนบทนอกเมืองประการหนึ่ง
  2. เป็นการบรรเทาการขาดแคลนอาหารหรือแย่งอาหารกันกินในกรุงประการหนึ่ง
  3. รับได้กลุ่มผู้ที่จะไปเป็นเกษตรกรปลูกพืชไร่ในชนบทเพิ่มขึ้น เพื่อสามารถผลิตพืชผลมาเลี้ยงชาวกรุงได้อย่างเพียงพออีกประการหนึ่ง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *