สมัยยุคฟื้นฟูศิลปวิทยา

การประชาสัมพันธ์ในสมัยยุคฟื้นฟูศิลปวิทยา

หลังจากที่โรมเสื่อมอำนาจลงแล้ว อารยธรรมต่างๆ ของโลกก็เริ่มเสื่อมลง โลกเริ่มก้าวเข้าสู่ยุคมืด ซึ่งเป็นยุคแห่งความหวาดกลัวและความงมงาย ฉะนั้นยุคนี้การติดต่อสื่อสารและการประชาสัมพันธ์จึงต้องพลอยหยุดชะงักความก้าวหน้าไปด้วย เพราะเป็นยุคที่ทุกสิ่งทุกอย่างแทบจะหยุดอยุ่กับที่ไม่มีความเจริญก้าวหน้าแต่ประการใด และเป็นยุคที่ประชาชนโง่เขลาเป็นยุคที่มีผู้ไม่รู้หนังสือมีจำนวนสูงมาก และการแสดงออกของประชามติมีน้อยมาก การสื่อสารและการประชาสัมพันธ์ก็ใช้เครื่องมือง่ายๆ ไม่มีการพัฒนาแต่ประการใด ยุคมืดนี้จึงเป็นยุคที่การประชาสัมพันธ์ไม่เจริญคืบหน้าเท่าที่ควร

ครั้นต่อมาในสมัยยุคฟื้นฟูศิลปวิทยา หรือเป็นยุค “เกิดใหม่” เพราะคำว่า Renaissance หมายถึง เกิดใหม่ ที่ได้ชื่อว่าเกิดใหม่เพราะในยุคนี้มนุษย์หันกลับมาสนใจในศิลปวิทยาการกันใหม่อีกวาระหนึ่ง หลังจากมืดมนมาเป็นเวลาอันยาวนานและยุคฟื้นฟูศิลปวิทยานี้เองที่นับว่าเป็นยุคแห่งหัวเลี้ยวหัวต่อที่มีความสำคัญมาก กล่าวคือ เป็นยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงมาเป็นสมัยแห่งวิทยาศาตร์ มนุษย์ย้อนกลับมาสนใจและเอาใจใส่กับตนเองมากขึ้น เห็นความสำคัญในชีวิตและความเป็นอยู่ของคนมากขึ้น สนใจต่อสิ่งที่มนุษย์ประดิษฐ์คิดค้นขึ้น และสนใจในความเป็นตัวของตัวเอง นับเป็นยุคแห่งความสว่างสไสวในสมัยฟื้นฟูศิลปวิทยาจึงมีลักษณะเด่นชัดที่ปรากฏคือ ชนชั้นสามัญอยู่ในสภาพอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้และยังยึดมั่นอยู่ในประเพณีดั้งเดิมกับอีกชั้นหนึ่งที่เป็นผู้ใฝ่ใจในการศึกษา วัฒนธรรมและศิลปะวิทยาการต่างๆ

the-last-supper

การฟื้นฟูศิลปวิทยาเริ่มขึ้นในแหลมอิตาลีก่อน จากนั้นก็ขยายเข้าไปในประเทศฝรั่งเศส เยอรมนี เบลเยี่ยม เนเธอร์แลนด์ และอังกฤษ เป็นต้น เหตุที่การฟื้นฟูศิลปวิทยาเริ่มขึ้นในดินแดนอิตาลีก่อน เพราะมีหัวเมืองที่เจริญมั่งคั่งและมีการค้าขายอยุ่มากมายหลายแห่ง ผู้คนเริ่มเอาใจใส่กับความรุ่งเรืองและความสำเร็จผลทางโลก ความร่ำรวยทางการค้านี้ขยายตัวมามากหัวเมืองต่างๆ ที่ค้าขายกับแถบเอเชียตะวันตกมาแล้วตั้งแต่ปลายยุคกลาง เช่น เวนิส เจนัว และฟลอเรนซ์ มีการจัดตั้งอุตสาหกรรมและการธนาคารขึ้น ผู้ใดมั่งมีก็ใช้เงินซื้อหารูปภาพ หนังสือ และสินค้านานาชนิดตามปรารถนา

ความเจริญรุ่งเรืองของยุคฟฟื้นฟูศิลปวิทยานั้น รุ่งเรืองทั้งทางด้านศิลปกรรม จิตรกรรม ประติมากรรม สถาปัตยกรรม และความคิดทางการเมือง โดยเฉพาะในเรื่องความคิดทางการเมือง เพราะเอกลักษณ์หรือความสำคัญของสมัยฟื้นฟูศิลปวิทยานั้น เน้นและย้ำถึงลัทธิปัจเจกบุคคล หรือความสำคัญของการเป็นเอกชนคนหนึ่งรวมทั้งความเป็นตัวของตัวเอง แต่ละคนจึงกล้าที่จะแสดงผลงานของตนออกมาอย่างเปิดเผยไม่ว่าจะเป็นด้าน ศิลปกรรม วรรณคดี วิทยศาสตร์ ตลอดจนถึงแนวความคิดทางการเมือง ยกตัวอย่างเช่น Dante เขียนหนังสือแสดงความคิดเห็นทางการเมืองชื่อว่า ราชาธิปไตย ขึ้นเพื่อสนับสนุนอำนาจประมุขแห่งชาติ Machiavelli เขียนหนังสือแสดงความคิดทางการเมืองการปกครองชื่อ เจ้าผู้ครองนคร ซึ่งเป็นหนังสือเล่มกนึ่งที่มีชื่อเสียงที่สุดในยุคสมัยฟื้นฟูศิลปะวิทยา และมีอิทธิพลอย่างยิ่งต่อนักการเมืองและประมุขหรือผู้นำรัฐบาลฝยสมัยต่อๆ มา ผู้นำทางการเมืองหลายคนเคยยึดถือเอาแนวความคิดจากหนังสือเบ่มนี้เป็นคัมภีร์กรือคู่มือในการปกครองประเทศ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *