จากบันทึกหลักฐานของอียิปต์โบราณ

การประชาสัมพันธ์ของผู้ปกครองและเจ้าผู้ครองนคร

จากบันทึกหลักฐานของอียิปต์โบราณ และอาณาจักรแอสซีเรียและเปอร์เซีย ทำให้มนุษย์ยุคปัจจุบันทราบว่าในสมัยโบราณได้มีการจงใจที่จะเผยแพร่โฆษณายกย่องสรรเสริญสดุดีบรรดาหัวหน้าและผู้ปกครองในยุคนั้น วรรณคดีแบะศิลปะในยุคนั้นจึงถูกจงใจประพันธ์และสร้างขึ้นเพื่อยกย่องส่งเสริมสนับสนุนบารมีและความยิ่งใหญ่เกรียงไกรของบรรดาเจ้าครองนครทั้งหลาย ผู้นำหรือผู้ปกครองบางคนใช้วิธีสร้างสถานะตนเองให้สูงขึ้นโดยการประชาสัมพันธ์ตนเอง เช่น สร้างอนุสาวรีย์ หรือภาพแกะสลักของตนเองขึ้น หรือเพื่อหาโอกาสสถาปนาตนเองขึ้นเป็นใหญ่เพื่อผลทางจิตวิทยาด้านการสร้างความศรัทธาเลื่อมใส และความเคารพยำเกรงอันมีผลไปถึงการปกครองของตนด้วย ผู้เชี่ยวชาญในด้านการสร้างประชามติโน้มน้าวชักจูงใจยุคนั้นส่วนมากจึงเป็นพวกพระหรือนักบวช นอกจากนี้ศิลปะโบราณวัตถุและวรรณคดีต่างๆ ตลอดจนสถาปัตยกรรมต่างๆ ที่เป็นถาวรวัตถุตกทอดหลงเหลืออยู่มากมายให้อนุชนรุ่นหลังได้เห็นและศึกษานั้น ส่วนหนึ่งถูกสร้างขึ้นมาเพื่อวัตถุประสงค์ดังกล่างนี้ นั้นคือ ถูกสร้างและประพันธ์ขึ้นมาเพื่อให้ประชาชนเลื่อมใสซาบซึ้งในความยิ่งใหญ่และเกรียงไกรของบรรดาผู้น้ำและผู้ปกครองนครในยุคโบราณ เช่น รูปอนุเสาวรีย์ รูปปั้น รูปแกะสลัก รูปสฟริงซ์ของอียิปต์ ซึ่งเป็นอนุสาวรีย์หินขนาดใหญ่ มีรูปร่างคล้ายสิงโต แต่มีใบหน้าศรีษะเป็นมนุษย์ รวมทั้งปิรามิดที่ใหญ่ที่สุดและกลายเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลกไป เช่น ปิรามิดที่สร้างโดยกษัตริย์คูฟูหรือคีออบส์ เป็นต้น

สฟิงซ์

บรรดาผู้ที่ตั้งตนเป็นผู้ปกครองหรือผู้นำมักจะเสริมสร้างบารมีของตนเองด้วยการอ้างสิทธิพิเศษต่างๆ ที่ตนได้รับมาจากพระผู้เป็นเจ้าเบื้องบนแห่งสรวงสวรรค์ มีการอ้างทฤษฎีเทวสิทธิที่ได้รับบัญชามาจากพระเจ้า เช่น พระเจ้าอเล้กซานเดอร์มหาราช ซึ่งทรงรับอิทธิพลความคิดดังกล่าวนี้ไว้เช่นกัน โดยได้รับอิทธิพลมาจากทางตะวันออกและนำมาเผยแพร่ในกรีซ พระองค์เป็นชาวตะวันตกคนแรกที่สภฃถาปนาตนเองเป็น “เทพเจ้า” Ceasar แห่งโรมันก็ใช้วิธีการเดียวกันนี้ กล่าวคือนำเอาลัทธิเทพเจ้ามาใช้ในด้านการปกครองบ้านเมือง อย่างไรก็ตามการที่ผู้นำต่างๆ สามารถทำเช่นนี้ได้สำเร็จนั้น จะต้องพึ่งพาบุคคลอีกกลุ่มหนึ่ง ได้แก่ บริวารพวกพ้องให้ช่วยกันสรรเสริญบกบ่องหัวหน้าของตนเป็นการประชาสัมพันธ์และสร้างพลังโน้มน้าวใจเพื่อให้ประชาชนพลอยเลื่อมใสศรัทธาตามด้วย สรุปแล้วจะเห็นได้ว่าการสร้างสถาปัตยกรรมและศิลปะใดๆ ก็ดี รวมทั้งการให้บริวารของหัวหน้าหรือผู้นำช่วยสรรเสริญนั้น ล้วนแล้วแต่เพื่อผลทางจิตวิทยาการประชาสัมพันธ์ที่บรรดาหัวหน้าและผู้นำในสมัยโบราณของใช้และใช้ได้ผลโดยเฉพาะอย่างยิ่งในการยกสถานภาพตนเองให้สูงขึ้น สร้างสถานะตนเองให้ยิ่งใหญ่เกรียงไกรเหนือกว่าคนอื่นทั้งหลายทั่วไป เพื่อผลทางด้านการปกครอง ทางด้านความเคารพยำเกรงและจงรักภักดีนั่นเอง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *